แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายของต่างประเทศ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายของต่างประเทศ แสดงบทความทั้งหมด

23/3/56

ลงรายการสินค้าอย่างไรให้ลูกค้าสนใจ

 

• สิ่งที่ยากที่สุดเกี่ยวกับการขายของบนอินเทอร์เน็ต นั่นก็คือ การที่ลูกค้าที่มีศักยภาพในการซื้อของคุณ ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าของคุณได้  หรือ หาสินค้าของคุณไม่พบ - รวมถึง คำอธิบายสินค้า รายละเอียดสินค้า ที่น้อยเกินไป ไม่เป็นที่ดึงดูด ด้วย

• ลองนึกภาพดูว่า  หากคุณกำลังจะซื้อ สินค้าอะไรสักอย่าง ที่คุณไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย  -  คุณอยากจะรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับสินค้านั้นๆ คุณอยากได้ข้อมูลอะไรบ้าง เวลาที่คุณจะตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าชิ้นหนึ่ง

• การตั้งชื่อสินค้า - การใช้คำหรือเพิ่มคำลงไปในชื่อสินค้าของคุณ เพื่ออธิบายลักษณะสินค้าเพิ่มเติม เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ลูกค้านึกภาพหรือจินตนาการสินค้าของคุณออกได้มากขึ้น เช่น  แทนที่คุณจะ ใส่ชื่อ สินค้าเพียงสั้นๆ ว่า “green shirt”  ลูกค้า ก็ คงจะคิดแค่ว่า อืม .. เสื้อสีเขียว แล้วไงล่ะ?  หากลูกค้าของคุณกำลังมองหาเสื้อสีเขียวอยู่แล้ว แต่ว่า เวลา search เสื้อสีเขียว  ผลลัพธ์มีขึ้นมามากมาย นั้นก็ green shirt นี้ ก็ green shirt  ไม่รู้จะคลิ๊กดูอันไหนดี ข้ามๆไปบ้างดีกว่า  แต่ถ้า คุณ ใส่คำว่า   “mickey mouse in lime green  rayon shirt”  ลูกค้า อ่านแล้ว รู้ทันทีเลยว่า  เสื้อตัวนี้ ลาย มิกกี้เมาส์  สีเขียวมะนาว เป็นผ้าเรยอน  ถ้าเขาสนใจ สินค้าของคุณชิ้นนี้ก็จะได้เปรียบสินค้าชิ้นอื่นๆ แล้ว   อีกอย่างหนึ่งคือ คุณ จะได้เปรียบในส่วนของคำที่ลูกค้าใช้ในการ search หา ที่เพิ่มมากขึ้นด้วย search ว่า mickey mouse shirt ก็เจอ  rayon shirt ก็เจอ lemon shirt หรือ  green shirt ก็เจอ

 

การตัั้งชื่อสินค้า

 

• รูปสินค้า  รูปสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะเป็นส่วนช่วยให้ลูกค้าของคุณตัดสินใจได้ดีขึ้น การถ่ายภาพรูปสินค้าให้สวยๆ ให้เห็นองค์ประกอบของสินค้าได้มากที่สุดเป็นสิ่งสำคัญ  อย่าลืมว่า รูปสวยมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น  “รูปสินค้าไม่ควรแตกต่างไปจากสินค้าจริง”

004                004-1

 

• ควรใส่ tags คำสำหรับค้นหา ทุกครั้ง  ให้ครบหรือให้มากที่สุด หากในแบบฟอร์มนั้นมีมาให้ การใส่ tags จะช่วยทำให้ ลูกค้าพบสินค้าของคุณได้ในหน้าค้นหา หลักในการค้นหาคำที่จะนำมาเป็น tags ง่ายๆไม่ได้ยุ่งยากจนเกินไป เพียงแค่ หาคำที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของคุณให้มากที่สุด เช่น สีของสินค้า,  สินค้านี้สำหรับใคร(กลุ่มเป้าหมาย), วิธีการผลิต หรือวิธีการทำสินค้า, ขนาดสินค้า , สไตล์ของสินค้า , วัสดุหลักที่ใช้ทำ, รูปแบบหรือลวดลายของสินค้า   เป็นต้น   นอกจากนี้ บางครั้ง ควรให้ความสำคัญกับ คำพ้องเสียง ( synonyms ) ด้วย ลูกค้าบางคนอาจพิมพ์ผิด  หากคุณใส่ไว้ ในขณะที่คนอื่นๆไม่ได้ใส่ หรือนึกไม่ถึง โอกาสก็จะเป็นของคุณ

การใส่ tags

• มีการแจ้งรับประกันการคืนเงินให้ลูกค้า หากสินค้าไม่เป็นที่พอใจของลูกค้า  ในภาพดูสวยดูดี แต่ของจริงไม่สวยอย่างที่ลูกค้าหวัง  การรับประกันส่วนนี้จะมีผลทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในสินค้า มั่นใจในร้านของคุณ กล้าที่จะสั่งสินค้า เพิ่มยอดขายให้กับร้านของคุณได้

• ควรใส่ข้อเสนอแนะ หรือ วิธีการใช้สินค้า ประกอบไว้ด้วย ให้มากที่สุด เช่น  ควรซักเสื้อนี้ด้วยน้ำอุ่น อุณหภูมิไม่เกิน 39 องศาเซลเซียส เป็นต้น

• สำหรับการขายสินค้าแฮนด์เมด จุดเด่น ของสินค้าพวกนี้ อยู่ที่ สินค้าจะมีความเป็นเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร  เป็นงานไอเดีย  หากเป็นไปได้ ให้คุณบอกเล่าเรื่องราว เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ของคุณ  - แรงบันดาลใจต่างๆกับการสร้างสรรค์สินค้านั้นๆขึ้นมา  เป็นส่วนหนึ่งที่ สามารถทำให้ลูกค้าประทับใจกับสินค้าของคุณได้

• เหนือสิ่งอื่นใดที่คุณควรมี และควรใส่อยู่ในทุกๆรายการสินค้า คือ “ความซื่อสัตย์”

 

เส้นคั่น

สาธุ สวัสดี

ศาลิน

 

tags : ลงสินค้า etsy, listing etsy, esty, etsy, รายการสินค้า Etsy, ลงรายการสินค้า, วิธีลงสินค้า, ขายของทาง internet, ขายของทางอินเตอร์เน็ต,ขายของต่างประเทศ ฟรี

14/3/56

สมัครขายของ กับ Bonanza ตอนที่ 1

วันนี้เรามารู้จักกับ เว็บ ขายสินค้า ที่ ลงประกาศขายได้ เหมือน ๆกับ อีเบย์ แต่ ค่าธรรมเนียมต่ำ กันดีกว่า ด้วยเว็บตลาดออนไลน์ จาก อเมริกา นั่นคือ .... Bonanza : Fine everything but the ordinary ..... โบนันซ่า หรูเริ่ด ในราคาธรรมด๊า ธรรมดา

ที่นี่ หากสินค้าของคุณ เป็นสินค้าจำพวก แฟชั่น หะรูหะรา....หรูหรา .... แต่ราคาถูก .... เหมาะมากเลยฮ่ะ ... บางที มนุษย์เราก็ มีอารมณ์ อยากเป็น ไฮโซ กันบ้าง ใช่ไหมล่ะฮ้า .. แต่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินแพงๆ แค่อะไรก็ได้ ที่ดู เริ่ด หรู แบบราคาประหยัดๆ แค่นี้ก็ โอแล้วล่ะคร่า ...

เอาละค่ะ เวิ่นเว้อมาก .. มา สมัครกันเลยดีกว่า ก่อนอื่น เข้าเว็บ bonanza ค่ะ

bo000

แล้ว กด เมนู register บนสุดด้านขวา เพื่อ ลงทะเบียนเป็นสมาชิกของ bonanza

bo001

เมื่อเข้ามาแล้ว จะเจอ กับหน้าตาแบบนี้ ให้ กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน นะคะ แล้ว กด Create Account หรือว่า หากใครมี เฟสบุค หรือ บัญชี กูเกิ้ล อยากจะเชื่อมบัญชี bonanza เข้าด้วยกันกับเฟสบุค หรือ กูเกิ้ล ก็ กด ที่ปุ่ม ทางด้านขวานะคะ .. เลือกเอาค่ะ

bo002

ถ้าคุณ กด เชื่อมต่อกับบัญชี เฟซบุค ก็จะได้ หน้าตาแบบนี้ค่ะ

bo004

หรือถ้า กด เชื่อมต่อกับ บัญชี กูเกิ้ล ก็จะได้หน้าตาแบบนี้

bo005

เมื่อคุณ กด Create Account แล้ว bonanza จะส่ง อีเมล์ ไปที่ เมล์ที่คุณทำการสมัครค่ะ ให้คุณ เข้าไป เช็คกล่องข้อความในอีเมล์ของคุณนะคะ เพื่อทำการ กดลิงค์ activate

bo003

ในกล่องข้อความของคุณ คุณจะได้รับ อีเมล์ หน้าตาแบบนี้ ค่ะ ให้คุณกดที่ลิงค์ ในอีเมล์ได้เลย

bo006

จากนั้น ให้คุณทำการ ล็อกอิน เข้าสู่ระบบ bonanza ให้เรียบร้อย เพื่อทำการ ตั้งค่า ปรับแต่ง ข้อมูลส่วนตัวของคุณต่อไป เมื่อเข้ามา ครั้งแรก คุณจะพบ กับ หน้าตา แบบนี้ ให้คุณ กด เมนู Account Setting ที่อยู่ทางด้านซ้าย เพื่อ ทำการตั้งค่าต่างๆ เกี่ยวกับตัวของคุณ ร้านของคุณค่ะ

bo007

ในส่วนของ Account Setting จะประกอบไปด้วย

- Account Info สำหรับ กรอกข้อมูลส่วนตัวของคุณ ที่อยู่ เบอร์

- Seller Settings สำหรับใส่ข้อมูล เกี่ยวกับร้านของคุณว่า ส่งของจากที่ไหน , รับชำระเงินด้วยวิธีใด , ใส่ข้อมูลบัตรเครดิต, ใส่อีเมล์เพื่อรับการแจ้งเตือนต่างๆ

- Notification Preferences สำหรับการตั้งค่าการแจ้งเตือนทางอีเมล์ต่างๆ ที่ทาง bonanza จะส่งให้คุณ

- Other Options กำหนดค่าอื่นๆ เกี่ยวกับทางร้าน

- Cancellation Options หากคุณ จะ ปิดร้าน หรือ ยกเลิกการขาย ให้มาที่ เมนูนี้ได้เลย

bo008bo009bo010bo011bo012

ต่อไป เรา มาตั้งค่า อื่นๆ กันต่อค่ะ ... ที่เมนู ทางด้านซ้าย ให้เลือก My Profile

bo014

เพื่อ ตั้งค่า ประวัติรายละเอียดของเราต่อค่ะ

เมื่อเข้ามาแล้ว จะเจอกับหน้าตา ดังรูปด้านล่าง ให้เรา ไล่ แก้ไข ตั้งแต่ หมายเลข 1 – 5 เลยนะคะ โดย แต่ละ หมายเลขมีรายละเอียดตามนี้

bo013

หมายเลข 1 ให้หารูป แทนตัว มาใส่ค่ะbo020 ขนาดไม่เกี่ยง ถ้า เล็กไป ใหญ่ไป เดี๋ยวระบบ มันก็เตือนเอง

หมายเลข 2

bo021

เมื่อกด EDIT ระบบจะขึ้นช่องให้คุณกรอกเรื่องราวเกี่ยวกับตัวคุณ ให้ กรอกให้เรียบร้อย แล้ว SAVE

หมายเลข 3 bo022ส่วนใหญ่ ตรงกลุ่มนี้ จะเป็นเหมือนกันแนะนำตัวเองค่ะ จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ แล้วแต่คุณ เขาให้คุณกรอกว่า ส่วนใหญ่แล้วคุณชอบซื้ออะไร ในโบนันซ่า ประมาณนั้น

หมายเลข 4 bo023กด EDIT เพื่อแก้ไข ตำแหน่งที่ตั้งของคุณค่ะ อำเภอ จังหวัด

หมายเลข 5   กดที่ Import some from eBay?bo020ส่วนนี้ ช่วยให้คุณสามารถนำ feedback จาก EBAY เข้ามาแสดงได้ด้วยนะคะ ช่วยได้มากเลย สำหรับใครที่มี ประวัติ feedback อยู่แล้ว ใน EBAY

หรือหากตอนนี้ ยังไม่ใส่ จะมาใส่ทีหลัง ก็ให้กดเข้าโดยตรง มาที่ Feedback ในเมนู MyAccount แล้วเลือก Delete my imported feedback without re-importing นะคะ ก็จะเข้ามาสู่หน้านี้ เช่นเดียวกัน bo024

ศาลิน แนะนำ ให้ คุณ นำเข้า ฟีดแบ็ก เลยนะคะ ตั้งแต่เริ่มสมัคร (ถ้าคุณมีฟีดแบ็กจากอีเบย์อยู่แล้ว) เพราะหากคุณไปนำเข้าทีหลัง หลังจากที่คุณขายของได้ และได้รับฟีดแบ็กใน bonanza แล้ว ... ฟีดแบ็กที่คุณเคยได้จาก bonanza โดยตรง จะถูก แทนทีด้วยฟีดแบ็กจากอีเบย์หมดค่ะ

เมื่อ กด verify บัญชี ebay แล้ว 

bo025

มันจะทำการเชื่อมบัญชี ebay เข้ามาค่ะ ให้ เรา กด I Agree

รอสักครู่ ระบบจะกลับมาที่หน้าเดิม จะเห็นว่า มีบัญชี ebay ของเรา เข้ามา แล้วมีปุ่ม import Feedback ต่อท้ายอยู่ ... กด เลยค่ะ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ^^

bo026

เอาละ เสร็จแล้ว สำหรับ การตั้งค่า บัญชีของคุณในขั้นแรก แค่นี้ ก็ เดินทางมาได้ ครึ่งหนึ่งแล้วค่ะ บทต่อไป ศาลินจะพาไปสู่การตั้งค่า เพื่อการเป็นผู้ขายอย่างเต็มตัวสักที ติดตามอ่านกันต่อไปนะคร้าาาาาา ^^

t36

สาธุ สวัสดี

ศาลิน

สมัครขายของกับ bonanza ตอน 2


บทนี้ จะทำให้คุณก้าว เข้าสู่ ความพร้อมของการเป็นผู้ขาย ใน โบนันซ่า ได้มากขึ้น  เริ่มทำกันต่อเลยดีกว่านะคะ  เพื่อ เป็นผู้ขาย กันอย่างเต็มตัว

ให้ดูที่มุมบนด้านซ้ายค่ะ เอาเม้าท์ไปวางที่คำว่า Sell on Bonanza จะเจอ กับ แท็ปเมนูสไลด์ลงมา ตามภาพ .... ในครั้งแรก ก่อนจะเป็นผู้ขาย จะมี เมนู Start selling in one click ปรากฏอยู่ค่ะ ไม่ต้องลังเล คลิ๊กเข้าไปเลยที่คำนี้


Sell on Bonanza
จะเข้ามาสู่ หน้านี้ค่ะ จะเห็นว่า มี แท็บ อยู่ทั้งหมด 4 แท็บ ด้วยกัน ซึ่งแท็บ ต่างๆ เหล่านี้ เราสามารถเข้ามาได้ภายหลัง ด้วยการ เอาเม้าท์ไปวาง ที่ Sell on Bonanza เหมือนเดิมค่ะ
Add or Edit Items - เป็นหน้าสำหรับ ลงรายการสินค้า ค่ะ เราข้ามไปก่อนนะคะ ไป ทำอย่างอื่นๆ ให้เรียบร้อยก่อน เดี๋ยวค่อยมาลงสินค้ากัน

Add or Edit Items
Advertise Items – สำหรับ ลง โฆษณาสินค้าภายในร้านของคุณค่ะ ... เสียเงิน นะ ขอบอก .. ถ้าไม่พร้อมก็ข้ามไป..
Advertise Items


Update Items as Group – สำหรับแก้ไข เปลี่ยนแปลง รายการสินค้า ทีละ หลายๆรายการ เดี๋ยวเราได้ใช้แน่ๆ ค่ะ ตอนนี้ ข้ามไปก่อน

Edit Booth Options – อ๊ะ ..ส่วนนี้แหละ สำคัญสุดในตอนนี้ ข้ามไม่ได้จ้า ... ให้คุณ ไล่ ใส่รายละเอียด ให้ครบๆ ทุกๆ แท็บย่อย เลยนะคะ ซึ่ง ประกอบไปด้วย
ส่วนของ Edit Booth Options ประกอบไปด้วย

  • Basic Settings ตั้งค่า พื้นฐาน ตั้งชื่อร้าน ใส่ข้อมูลของร้านค่ะ
  • Booth Appearance ส่วนนี้ ให้เราดูเฉยๆ ค่ะ ว่า หน้าตาหน้าร้านเราเป็นแบบนี้นะ
  • Payments&Purchases ตั้งค่า เกี่ยวกับการรับการจ่ายเงินจากลูกค้า
  • Discounts&Coupons ส่วนนี้ สำหรับ ทำโปรโมชั่น ทำคูปองส่วนลดให้ลูกค้าและ ตั้งค่าลดค่าขนส่งให้ลูกค้า กรณี ลูกค้าซื้อหลายๆ ชิ้น ใน ออเดอร์เดียวกัน
  • Shipping&Returns ชี้แจงเงื่อนไขต่างๆ เกี่ยวกับการ ส่งของ และ การรับคืนสินค้าค่ะ
  • Categories&Sorting ตั้งหมวดหมู่สินค้า ภายในร้านของเราเอง

Basic Settings กรอกข้อมูลอีกแล้ว อิอิ กรอกไปค่ะ อย่าบ่น ... เสร็จแล้วกด save


Basic Settings

Payments&Purchases ใส่ไปตามภาพเลยนะคะ ง่ายดี

Payments&Purchases


 Discounts&Coupons ส่วนนี้ สำคัญค่ะ

- Item price discount หมายถึง ถ้าลูกค้าซื้อครบ กี่เหรียญ แล้วเราจะลด กี่เปอร์เซ็นต์ (ใส่หรือ ไม่ใส่ก็ได้)
- Combined shipping discount เป็นการ ลดค่าขนส่งให้ลูกค้าในกรณีลูกค้าซื้อหลายๆชิ้นค่ะ

- Combine the weight of items from the same order together when calculating shipping costs. คือการ เอาสินค้าทุกชิ้นมารวมกัน แล้ว แจ้งลูกค้าภายหลังว่า เราจะลดค่าขนส่งให้เท่าไหร่ค่ะ

- Offer a discount for each item after the first when calculating shipping costs. แบบนี้ คำนวณให้อัตโนมัติ ตามที่เราตั้งค่าเอาไว้เลย มีสองแบบให้เลือก
o add an amount ก็จะหมายถึง
ค่าขนส่ง = ค่าขนส่งชิ้นที่มากที่สุด+ (“ราคาที่เราใส่ในช่อง” x จำนวนสินค้าที่เหลือ)

o Subtract an amount คือ การคิดค่าขนส่งแบบ นำค่าขนส่งทุกชิ้นมารวมกัน แล้ว ลดราคา ไป ตาม ตัวเลข ที่เรา ใส่ไว้ในช่องสี่เหลี่ยมค่ะ
อยากได้แบบไหน ก็ ตั้งค่ากันเองนะคะ

- Coupons จะทำหรือไม่ทำก็ได้นะคะ เป็น การส่งเสริมการขาย อย่างหนึ่งค่ะ ถ้าทำ ก็เพียงแค่ ให้คุณใส่ รหัส ตั้งรหัส ที่ง่ายๆ ลงใน ช่องแรกค่ะ แล้ว ก็ ใส่ ส่วนลดไปว่า จะลดกี่เปอร์เซ็นต์ การใช้งาน ก็ เพียงนำ code coupons นี้ แจ้ง ให้กับลูกค้า ไว้ที่ หน้าร้าน หรือ จะแจ้งไว้ใน รายละเอียดสินค้า เวลาลงประกาศก็ได้ ค่ะ
- Freebie policy ของแถมค่ะ ... ถ้ามีของแถม ก็ ตั้งค่าไว้ค่ะ ถ้าไม่มี ก็ เลือก ข้อแรกเลย


Discounts&Coupons
ต่อไป มาดู แท็บ Shipping&Returns ค่ะ... ใส่ รายละเอียดต่างๆ ลงไปนะคะ ชี้แจงให้ละเอียดว่า คุณจะส่งของได้ภายในกี่วัน และ ส่งทางไหน ถ้าของเสียหาย คุณจะรับคืนสินค้าภายในกี่วัน ประมาณนี้ค่ะ
Shipping&Returns
Categories&Sorting สุดท้ายแล้ว สุดท้ายแล้ว ... เย้ เย้ เย้....
ตั้ง หมวดหมู่สินค้า ให้กับร้านของคุณกันค่ะ...ทำตามภาพเลยนะคะ ... ^^
Categories&Sorting
เฮ้อ...เสร็จสักที กว่าจะถึงขั้นตอนลง รายการขายสินค้า เล่นเอาศาลิน ปวดต้นคอไปหมดเลยค่ะ ฮือๆๆๆ @-@ วันนี้ ศาลินขอ พักผ่อนก่อนแล้วกันนะคะ ไม่ไหวแล้ว หิวด้วย อิอิ เอาไว้พรุ่งนี้ ศาลิน จะมา ทำให้ดูกันต่อค่ะ ว่า ที่ bonanza เขาลงรายการสินค้ายังไง และ มีอะไร เป็นไม้เด็ดของที่นี่ ....

อยากรู้ต้องติดตามค่ะ บาย...

สาธุ สวัสดี
ศาลิน

9/3/56

5อันดับ เว็บขายสินค้า handmade ออนไลน์ ตอนที่ 2

สำหรับ ตอนนี้ ... ก็มาถึงอันดับสาม สี่ และ ห้า กันบ้างนะคะ  หลังจากที่ พูดค้างไว้ แค่ สองอันดับในบทความ ตอนที่แล้ว  
3. Bonanza  เป็นเว็บที่เกิดขึ้นในประเทศอเมริกาอีกเว็บหนึ่ง   ถึงแม้ว่า ในปี 2012 จะมีผู้ลงทะเบียนขายอยู่ประมาณ 25,000 ราย แต่สินค้าที่ลงประกาศขาย มีมากกว่า 4 ล้านรายการกันเลยทีเดียว  
bonanza มีระบบการชำระเงินให้เลือกได้หลายทาง และค่าธรรมเนียมการลงประกาศขายสินค้า ก็ ฟรี โดยจะเรียกเก็บ เพียง ค่าคอมมิชชั่น 3.5 % ของราคาขายสินค้าที่รวมค่าส่งแล้วเท่านั้น ไม่แพงเท่าไหร่เลยใช่ไหมคะ


การลง รายการขายสินค้าที่ bonanza ก็สะดวกรวดเร็วและง่ายมากๆค่ะ  ที่นี่เขามี โปรแกรมการจัดการร้านค้า ที่เป็นระบบและใช้งานง่าย ศาลินว่า หลายๆท่านจะต้องติดใจหากได้ลอง
นอกจากนี้ คุณยังสามารถนำไฟล์สินค้า  นามสกุล .CSV (หรือ inventory file) จาก etsy  หรือ จาก ebay  มาโหลดเข้า ได้ทันทีเพื่อลงรายการสินค้าแต่ละรายการ ได้อย่างง่ายดาย .. รูปสินค้า ชื่อสินค้า ราคาขาย และอื่นๆ จะถูกโหลดเข้ามาในระบบ ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลามากมายในการลงสินค้าแต่ละรายการค่ะ  เพียงแค่  แก้ไขเพิ่มรายละเอียดนิดหน่อย ก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว

ในการลงรายการขายกับ bonanza   นั้น ที่แบบฟอร์มจะ มีตัวเลือกเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆของสินค้า เช่น สี ยี่ห้อ วัสดุ ให้เราเลือกระบุ เพื่ออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับตัวสินค้าได้มากมายเลย  น่าใช้งานมากๆ
นอกจากนี้ร้านค้าทุกๆร้านใน bonanza ยังสามารถ ติดต่อกันได้ ด้วยระบบ chat ที่มีติดตั้งมาอยู่แล้วใน หน้าร้านของแต่ละร้าน เพื่อสร้างสังคมในหมู่นักขายด้วยกันเอง หรือเพื่อเป็นหนทางในการเพิ่มยอดขายก็ได้

ลองดูได้ หาก สินค้าของคุณ เป็นสินค้าที่ดูดี มีระดับ ไม่ซ้ำใครหน่อย และหากว่า เว็บนี้ มีการพัฒนา เติบโตขึ้นในอนาคต  ที่นี่ก็จะเป็นตลาดทางเลือกหนึ่ง ที่ดี สำหรับคุณ เลยทีเดียว


4. Artfire  เว็บแฮนด์เมด ที่มีสีสัน สวยงาม จัดจ้าน  จัดได้ว่า อยู่ใน  อันดับสี่ ของการสำรวจในครั้งนี้ค่ะ   Artfire    ก่อตั้งขึ้น เมื่อปี 2008  จากประเทศอเมริกา  เป็นเว็บๆหนึ่งที่มีการเจริญเติมโต และ เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ในหมู่ นักขาย นักช็อปสินค้าแฮนด์เมด มากๆ  ปัจจุบัน (2013) มีรายการสินค้า ลงประกาศขาย มากกว่า 1.2 ล้าน รายการ  หน้าเว็บ  ดูสวยงาม  มีการค้นหาสินค้าที่ง่าย และ รวดเร็ว  มีระบบรับชำระเงินหลายทาง เช่น รับชำระ ผ่าน paypal , propay , credit card 





นอกจากนี้ ยังรองรับ ระบบช่วยลงสินค้า จากการนำเข้าไฟล์ CSV จาก esty อีกด้วย  ทำให้ ลดระยะเวลาในการลงสินค้าไปได้มาก สำหรับท่านที่มีร้านอยู่บน etsy อยู่แล้ว และอยากจะหาแหล่งใหม่ๆเพิ่มเติม
การลงขายสินค้าที่นี่  ไม่ได้ฟรี เหมือน สามอันดับแรก ที่กล่าวมานะคะ ที่นี่มีค่าใช้จ่าย เป็นรายเดือน   เดือนละ 12.95 $   ไม่ว่าคุณจะขายได้ หรือ ไม่ได้ หากคุณจะลงสินค้าที่นี่ คุณต้องยอมรับรายจ่ายที่จะเกิดขึ้นส่วนนี้ด้วยนะคะ
5. Zibbet  เว็บแฮนด์เมด จาก  ออสเตรเลีย แต่กลับกระโดดข้ามไปเติบโตโด่งดังในหมู่นักช็อปอเมริกัน  ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่า   zibbet ใช้สกุลเงิน เป็น ดอลล่าห์สหรัฐ นั่นเอง 
zibbet เปิดตัวขึ้นในปี 2009  แม้ว่าจะผ่านมาไม่กี่ปี แม้จะยังเป็นเว็บเล็กๆ เมื่อเทียบกับคู่แข่งอื่นๆ  แต่ zibbet ก็ยังสามารถผลักดันตัวเองขึ้นมาให้มีชื่อเสียงได้ระดับหนึ่ง  ที่นี่จึงน่าสนใจเช่นกัน  ในปี 2012 zibbet มียอดรายการสินค้าลงประกาศขาย ประมาณ 145,000 รายการ จัดว่า ไม่น้อยเลยเหมือนกันนะ
ที่นี่ รองรับการชำระเงิน เพียงแค่ PAYPAL  เท่านั้น  แต่ก็ไม่ได้ทำให้เป็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะ เพียงแค่ paypal ก็เป็นที่นิยมใช้กันทั่วไปอยู่แล้ว ใช่ไหมคะ  

การลงสินค้าขาย ยังสามารถ ใช้ระบะ นำเข้าไฟล์ CSV จาก esty  และ artfire ได้อีกด้วย ทำให้สะดวกขึ้นมากๆ   สำหรับ ท่านใด ที่ เป็นร้านเล็กๆ มีสินค้าไม่เกิน 50 รายการ  zibbet  เขาให้โอกาสค่ะ ให้คุณได้ลงประกาศขายสินค้าได้ฟรี ไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ รวมทั้งค่าคอมมิชชั่นด้วย 
แต่เมื่อใดก็ตาม ที่คุณอยากเติบโต มีร้านที่ใหญ่ขึ้น มีสินค้ามากกว่า 50 รายการ  คุณจำเป็นจะต้อง จ่ายรายเดือน ให้กับทาง zibbet เดือนละ 9.95 $  ค่ะ ซึ่งก็ยังถือว่า ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า artfire  จริงไหมคะ   แน่นอน เมื่อคุณเสียเงินแล้ว คุณก็จะสามารถปรับแต่งร้านค้าของคุณได้เพิ่มมากขึ้น ใช้เครื่องมือต่างๆที่ทาง zibbet มีมาให้ได้ครบทุกชนิดอีกด้วย 
หากคุณขายสินค้าที่นี่ คุณมีโอกาสได้ลูกค้า ทั้งชาวอเมริกัน และ ออสเตรเลียเลยนะคะ  แต่ traffic ส่วนใหญ่ ของ zibbet ร้อยละ 75  จะมาจาก USA ค่ะ
ใครที่กำลัง มองหาที่ขายใหม่ๆ   มีสินค้าจำนวนไม่มากเท่าไหร่  จะลองดูที่ zibbet นี่ บ้าง ก็ได้นะคะ
เอาละ ครบทั้ง ห้า อันดับกันแล้ว เป็นยังไงบ้างคะ ศาลิน หวังว่า บทความนี้ จะทำให้เพื่อนๆ ได้ไอเดียขึ้นมาบ้างนะคะ  ว่าเราจะไปลองลงประกาศขายสินค้าที่ไหนดี    แต่หากอ่านแล้วมึนๆ งงๆ ศาลินพูดอะไร วกไปวนมา   ก็ ลองเปรียบเทียบกันด้วยตารางด้านล่างแล้วกันค่ะ อิอิ


ตารางเปรียบเทียบ คุณสมบัติด่างๆ ในแต่ละเว็บ

สำหรับวันนี้ ลาไปก่อน ค่ะ


สาธุ สวัสดี
ศาลิน




5 อันดับ ตอนที่ 1

5อันดับ เว็บขายสินค้า handmade ออนไลน์ ตอนที่ 1



เมื่อกล่าวถึง เว็บขายของออนไลน์ ต่างประเทศ แล้วละก็ แน่นอน หลายๆ คนต้องนึกถึง Ebay มาเป็นอันดับแรก  ซึ่งปัจจุบัน การแข่งขัน ใน ตลาด Ebay มีสูงมาก หากคุณมีสินค้าชิ้นหนึ่ง ที่ ทำขึ้นมาเอง หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า สินค้า handmade นั้น แล้วนำไปประกาศขาย ใน Ebay  เชื่อเถอะว่า  สินค้าของคุณ แทบจะไม่มีโอกาสได้โผล่ขึ้นมาในหน้า serch สำหรับ keyword  ใดๆ ที่ลูกค้ากำลังค้นหาเลย เช่น หากพิมพ์ คำว่า shirt   จะพบรายการสินค้า ที่มากกว่า 300,000 รายการ ขึ้นมาให้คุณเลือก ใน สามแสนรายการนั้น มีเสื้อเชิ้ตมากมายหลายชนิด ทั้งที่เป็นงานแฮนด์เมด และ ไม่แฮนด์เมด งานแบรนด์เนม หรือ โนเนม  มากมาย โอกาสที่ สินค้าของคุณจะถูกค้นเจอ นั้น น้อยมาก  ..... ฟันธง!!!

ทางที่ดี  เมื่อคุณ มี สินค้าแฮนด์เมด อยู่ในมือ อยากจะขาย คุณควรหันไปหา เว็บสำหรับประกาศขาย สินค้าแฮนด์เมดโดยเฉพาะ จะดีกว่า เพื่อเป็นการลดคู่แข่งออกไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบัน ก็มีมากมายหลายๆเว็บของต่างประเทศ ที่เปิดโอกาส ให้คนนอกประเทศ/คนไทยอย่างเราๆ สมัครเข้าไปเป็นผู้ขายได้ เช่น etsy zibbet หรือ เว็บอื่นๆ อีกมากมาย  ซึ่ง คุณสามารถหาอ่านได้ จาก บล็อก moneytome-onnet ได้เลย

สำหรับบทความตอนนี้ เราจะมาดูกันว่า เว็บขายสินค้า handmade ใดบ้าง ที่เป็นที่นิยม ในหมู่นักขายและผู้ซื้อ 5 อันดับแรก ซึ่งรวมทั้งตลาดเล็กและตลาดใหญ่ เพื่อเป็นแนวทาง ในการตัดสินใจของผู้ที่ กำลังอยากจะหาแหล่งขายสินค้าในมือ

Etsy  เว็บขายสินค้า handmade ของอเมริกา ที่เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน Etsy เปิดตัวครั้งแรก ในอเมริกา เมื่อ ปี ค.ศ. 2005 โดย Etsy ได้เริ่มต้นเปิดเว็บทางเลือกใหม่ๆ สำหรับการขายสินค้า ที่ต่างไปจาก Ebay เลยทีเดียว นั่นก็คือ  กำหนดให้ขายได้เฉพาะ สินค้าแฮนด์เมด และ สินค้าจำพวก vintage เท่านั้น  ทำให้ผู้ขายสินค้าแฮนด์เมด สามารถทำรายได้ได้ดีขึ้นและสามารถยืนหยัดอยู่ได้ มีแรงใจที่จะผลิตผลงานขึ้นมาอีกเรื่อยๆ    จาก เว็บขายสินค้าแฮนด์เมด เล็กๆ ก็ค่อยๆ ขยายฐานออกไป เรื่อยๆ จนปัจจุบัน จัดว่า เป็น เว็บขายสินค้าแฮนด์เมดที่ใหญ่และได้รับความนิยมมากที่สุดก็ว่าได้ ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ขาย มากว่า 875,000 ราย และมีสินค้าที่ลงประกาศขาย ไม่ต่ำกว่า 12.5 ล้านรายการ


รูปแบบ หรือ หน้าตาของ Etsy นั้น เมื่อคุณเข้าไปดู คุณจะพบว่า รูปแบบของ etsy ถูกออกแบบมาภายใต้ สีสันที่ เรียบง่าย เก๋ไก๋ ดูสะอาดตา แต่แฝงไปด้วยความสวยงาม  .. มีการใช้งาน การค้นหา ที่ง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ลายตา  มีการแบ่งสินค้าเป็นหมวดหมู่หลักๆ ให้เลือกอยู่ทางด้านซ้ายเป็นแนวยาวลงมา  และมีการจัดแสดงสินค้า ตามเทศกาล ตามcollection ต่างๆ ด้วยรูปแบบและสีสันที่สวยงาม 

ในรายการสินค้าแต่ละรายการ ถูกกำหนด ให้มีแสดงอย่าง เรียบง่าย สีสันแลดูสะอาดตา แต่ละรายการมีการแสดง ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง อย่างชัดเจน   มีวิธีการชำระเงินให้เลือก หลายรูปแบบ ตามแต่ผู้ขายจะกำหนด  .... และนอกจากนี้ การลงรายการสินค้า etsy ก็ยังทำขั้นตอนให้ดูเข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก อยู่ภายในหน้าเดียว ทำให้การลงประกาศขายสินค้าใน etsy เป็นไปอย่างง่ายดาย  ปัจจุบัน etsy ได้พัฒนาเวอร์ชั่นสำหรับ มือถือ ไว้เรียบร้อยแล้วทั้ง androids , iphone  ทำให้ ผู้ซื้อสามารถเข้าเว็บมาเลือกซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดายทุกที่ทุกเวลา เป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ขาย สามารถขายสินค้าได้มากขึ้นไปอีก

etsy มีการเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับลงรายการขายสินค้า  2 เซนต์ ต่อ 1 ชิ้น ต่อ 1 รายการ  และเมื่อคุณขายสินค้าได้ จะถูกหักค่าคอมมิชชั่นร้อยละ 3.5 จากราคาสินค้า

เมื่อ etsy เป็นเว็บหนึ่ง ที่ รูปแบบการใช้งานที่ ง่าย และ สวยงาม ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ ทำให้ ได้รับความนิยม จากทั้งผู้ขาย และ ผู้ซื้อ  ศาลินจึงเชื่อว่า หลายๆท่านจะไม่พลาดเว็บนี้อย่างแน่นอน


DaWanda    เว็บนี้ มีต้นกำเนิดมาจาก ประเทศ เยอรมนี เป็นตลาดสินค้าแฮนด์เมดใหญ่อันดับสอง สำหรับการเปรียบเทียบในคร้้งนี้  มีผู้ขายประมาณ 130,000 ราย สินค้า ประมาณ 2 ล้านรายการ อาจจะดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ Etsy แต่ที่นี่ เป็นเว็บ ขายสินค้าแฮนด์เมดออนไลน์ ตลาดใหญ่ที่สุด ในทวีปยุโรปเลยทีเดียวนะ อย่าเพิ่งมองข้ามกัน ..  

แน่นอน ในเมื่อมันเป็นตลาดในแถบทวีปยุโรป ดังนั้น สกุลเงินที่ใช้ในเว็บนี้ จึงเป็นค่าเงิน ยูโร นะคะ ซึ่งเมื่อเทียบกับ เงินดอลล่าห์สหรัฐ สำหรับนักขายชาวไทยอย่างเราแล้ว   ค่าเงินยูโร มากกว่าแน่นอน ในตัวเลขที่เท่ากัน เช่นตั้งราคาขายที่  5 dollar   กับ 5 Euro  ... 5 Euro แปลงเป็นเงินไทยได้มากว่า 5 dollar แน่นอน  ดังนั้นหากคุณสามารถทำตลาดที่นี่ได้ คุณจะได้เงินกลับเข้าประเทศเยอะกว่าขายที่ etsy อีกนะ  ที่คิดแบบนี้ เพราะว่า เวลา ที่ศาลิน ตั้งราคาขาย สมมติ ใน etsy ศาลินตั้งไว้ที่ 3เหรียญ  หากศาลินไปลงประกาศขายใน DaWanda ศาลินก็จะตั้งราคาขาย ด้วย เลข 3 เหมือนกันค่ะ เป็น 3ยูโร  คือ ศาลิน ขี้เกียจไปแปลงค่าเงิน จากเงิน ดอล ไปเป็นเงินยูโร ค่ะ ก็เลยตั้งตัวเลขให้มันเท่าๆกันไปเลย


ที่นี่ ไม่เก็บค่าธรรมเนียมในการลงรายการสินค้า แต่จะเก็บเป็น ค่าคอมมิชชั่นจากการขายสินค้าได้ ในอัตรา ร้อยละ 5 กันเลยทีเดียว  ซึ่งแน่นอน มากกว่า etsy เยอะอยู่  ดังนั้น อย่าลืมเก็บค่าคอมมิชชั่นนี้ไปคำนวณราคาขายกันให้ดีด้วยนะคะ


ผ่านไปแล้ว 2 อันดับ เป็นยังไงบ้างคะ ... ศาลินเืชื่อว่า เมื่ออ่านจบตอนนี้ หลายๆคน อาจจะอยากลอง ไปทดสอบ ที่ DaWanda เพิ่มเติมกันแล้วแน่ๆ  ยังไง ก็อย่าช้าซะล่ะคะ จะได้ไม่พลาดโอกาส  ไม่เสียเงิน ลงทิ้งๆไว้ก่อน ก็ไม่เสียหลาย จริงป่ะคะ  ..... สำหรับวันนี้ ศาลินต้องลาไปก่อน เอาไว้บทหน้า ค่อยมาต่อ อันดับ 3 4 5 กันนะคะ ต้องขอตัวไปพักผ่อนก่อน ตีหนึ่งกว่าแล้ว  ... ฝันดีค่ะ ^^




credit : http://www.pcworld.com/article/255698